1.สูตรทำไข่เจียววิธียัดใส้

สูตรวิธีทำไข่เจียวยัดใส้

สำหรับคุณผู้อ่านหลายๆ คนที่ชอบทำเมนูไข่เจียว แต่มาวันนี้รู้สึกเบื่อ อยากได้รสชาติที่อร่อยเพิ่มมากขึ้น วันนี้เราอยากเชิญชวนคุณมาทำ เมนูไข่ยัดไส้ ซึ่งสามารถรับประทานได้ทุกที่ ทุกวัย และยังมีรสชาติอร่อยอีกด้วย ‘ไข่ยัดไส้’ เมนูอร่อย เอาใจครอบครัว หมูสับ 100 กรัม ไข่ไก่ 3 ฟอง หอมหัวใหญ่หั่นเต๋า 1/2 ถ้วย มะเขือเทศหั่นเต๋า 1/2 ถ้วย แครอทหั่นเต๋า

ไข่ยัดใส้ เมณูอร่อย เอาใจครอบครัว

  • หมูสับ 100 กรัม
  • ไข่ไก่ 3 ฟอง
  • หอมหัวใหญ่หั่นเต๋า 1/2 ถ้วย
  • มะเขือเทศหั่นเต๋า 1/2 ถ้วย
  • แครอทหั่นเต๋า 1/2 ถ้วย
  • กระเทียมสับ สับให้ละเอียด 1 ช้อนชา
  • พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
  • น้ำปลา 1 ช้อนชา
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
  • น้ำมันหอย 1 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • ซอสมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืชผัดไส้ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืชทอดไข่ 1 ช้อนโต๊ะ
  • ลงมือทำกันเลย
  • ตอกไข่ลงถ้วย เหยาะน้ำปลา 1/2 ช้อนชาเป็นการปรุงรส หลังจากนั้นตีไข่ให้แตกเข้ากันดี
  • ตั้งกระทะให้ร้อนสุดๆ หลังจากนั้นค่อยเติมน้ำมันลงไปเพื่อทอดไข่ แล้งจึงเทไข่ใส่ลงไป แล้วรีบกลิ้งน้ำไข่ให้แผ่ออกทั่วพื้นกระทะ จนกลายเป็นแผ่นบาง เนียน ทั่วกัน และระหว่างนี้แนะนำใช้ไฟอ่อนเท่านั้น เมื่อดูแล้วพบว่าไข่เจียวมีสีเหลืองอ่อนสวย ก็ตักขึ้นพักไว้
  • เทน้ำมันลงในกระทะนิดหน่อยพอ กลิ้งกระทะ แล้วใส่กระเทียม , แครอท รวมทั้งหมูสับลงไปผัดให้เข้ากัน จนทุกอย่างเกือบสุก แล้วรีบเทหอมหัวใหญ่ , มะเขือเทศ ผัดให้เข้ากันจนผักเกิดความสลด
  • ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงตามที่กล่าวมาในข้างต้น
  • ผัดส่วนผสมทั้งหมดคลุกเคล้าให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จ

วิธีห่อ 2 รูปแบบ

แบบ1

ตักส่วนผสมทั้งหมดที่ผัดไว้ ค่อยๆ มาใส่ไว้ตรงกลางไข่ หลังจากนั้นก็เริ่มลงมือห่อได้ ด้วยการเก็บขอบทั้ง 4 ด้านเข้าหากันตรงบริเวณกึ่งกลาง จนสามารถปิดส่วนของไส้ได้อย่างมิดชิด หลังจากนั้นกลับด้านไข่ให้เป็นด้านที่เรียบเนียน เสร็จแล้วนำมีดคมๆ มาผ่าตรงกลางให้เป็นรูปกากบาท หลังจากนั้นจึงค่อยๆ เปิดปากไข่ที่กรีดไว้ ค่อยๆ คลี่ออกมาอย่างช้าๆ ระวังไข้แหก ทำให้ครบทั้งสี่ด้าน เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ไข่ยัดไส้ ที่มีหน้าตาน่ารับประทานและพร้อมนำขึ้นโต๊ะแล้ว

แบบ2

แบบนี้จะทำในลักษณะซูชิ เหมาะกับผู้รับประทานที่ไม่ค่อยสนิทกัน เพราะหยิบของใครของมัน ไม่ต้องมานั่งตักให้ลำบาก วิธีห่อ คือ ให้คุณตักส่วนผสมของไส้ ไว้ใส่บริเวณด้านใดด้านหนึ่งของไข่ หลังจากนั้นก็ค่อยๆ ม้วนไข่อย่างเบามือ เหมือนม้วนซูชิ จนกระทั่งสุดด้าน หลังจากนั้นค่อยตัดริมไข่สองด้านออกให้มีความสวยงาม แล้วใช้มีดคมๆ หั่นให้กลายเป็นชิ้นพอคำ จัดวางใส่จานพร้อมเสิร์ฟได้เลย

2.วิธีทำแกงป่าปลา ด้วยวิธีง่ายๆไม่ยุ่งยาก

วิธีทำแกงป่าปลา ด้วยวิธีง่ายๆไม่ยุ่งยาก

แกงป่า เป็นเมนูอาหารไทยรสชาติจัดจ้าน ไม่ว่านำวัตถุดิบชนิดไหนมาทำก็ยังมีความลงตัว ไม่ว่าจะเป็น แกงป่าไก่ แกงป่าปลา และแกงปลาเนื้อสัตว์อื่นๆ โดยลักษณะเด่นที่เราพูดได้คือมันเป็นแกงที่ไม่ใช่กะทิเป็นส่วนผสม โดยนิยมทำเครื่องเทศหลากหลายชนิดมาใสรวมกันจนเกิดเป็นกลิ่นหอม เพราะว่าใส่เครื่องเทศเยอะนี่หละถึงได้เรียกกันว่าแกงป่า นั่นเอง เหตุผลหลักๆ ก็เพื่อใช้เป็นตัวดับกลิ่นคาวจากเนื้อสัตว์ หรือ เนื้อปลา ในแต่ละจังหวัดก็จะมีวิธีทำแกงป่าที่แตกต่างกันออกไป ถือเป็นเคล็ดลับความอร่อยของแต่ละภาค เช่นในบางพื้นที่จะนิยมใส่กะปิลงไปด้วย หรือในพื้นที่จังหวัดราชบุรีจะนิยมใส่ใบกะเพราะ และโป๊ยกั้ก เรียกได้ว่ามีความหลากหลายเป็นอย่างมาก แต่วันนี้เราไปทำแกงป่าปลาแบบง่ายๆ การเตรียมส่วนผสม เนื้อปลา 400

การเตรียมส่วนผสม

เนื้อปลา 400 – 500 กรัม

พริกแกง 4 ช้อนโต๊ะ

มะเขือพวง 2 – 3 ลูก

มะเขือเปราะ 2 – 3 ลูก

น้ำสะอาด 2 ถ้วยตวง

น้ำปลา ½ ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา

น้ำมันพืช 2 – 3 ช้อนโต๊ะ

เครื่องสำหรับตกแต่ง

พริกชี้ฟ้า 1 – 2 เม็ด

ใบมะกรูด 2 – 3 ใบ

ใบกะเพรา 2 – 3 ใบ

ขั้นตอนการทำแกงป่าปลา

1.ตั้งกระทะด้วยไฟกลางจนกระทั่งร้อนได้ที่ จากนั้นจึงนำน้ำมันพืชเทใส่ลงไป จากนั้นก็นำส่วนผสมของพริกแกงเทใส่ลงไปผัดให้เข้ากัน หรือ จนเกิดกลิ่นหอม แต่ระวังอย่าเผลอปล่อยจนไหม้ ให้เติมน้ำใส่ลงไปทันทีหลังจากที่ผัดไปได้ซักครู่

2.เมื่อพริกแกงเดือดแล้วก็ให้นำเนื้อปลาที่เราได้เตรียมเอาไว้ใส่ลงไป ขั้นตอนนี้อย่าไปคนหรือพลิกปลาไปมาเด็ดขาด เพราะว่าจะทำให้ปลามีรสชาติคาว รอจนกว่าเนื้อปลาจะสุกแล้วจึงค่อยๆ คนให้เข้ากัน ตามด้วยมะเขือพวงและมะเขือเปราะ ส่วนผสมที่เหลือทั้งหมดลงไป ปรุงรสตามด้วยน้ำตาลและน้ำปลา

3.ใช้ไฟกลางอุ่นต่อไปเล็กน้อยจากนั้นก็ก็แต่งหน้าด้วยใบมะกรูด พริกชี้ฟ้า เท่านี้ก็พร้อมที่จะนำไปจัดเสิร์ฟแล้ว

เห็นไหมว่าการทำเมนูแกงป่าปลาไม่ใช่เรื่องยากเลย สิ่งที่ต้องพิจารณาเป็นหลักก็คือพริกแกงที่จะนำมาใช้ เพราะรสชาติความเผ็ดร้อนก็อยู่ตรงพริกแกงนี่ล่ะ เราสามารถหาซื้อพริกแกงได้ตามร้านค้าทั่วไป หรือจะทำเองได้หากไม่มั่นใจว่าพริกแกงที่เราซื้อจะมีรสชาติเป็นอย่างไร ส่วนประกอบของพริกแกงนั้นได้แก่ พริกไทย กระเทียม ผิวมะกรูด ข่าแก่ ตระไคร้ หอมแดง และเกลือ นำมาตำจนละเอียดเท่านี้เราก็จะได้พริกแกงเอาไว้ใช้ทำเมนูแกงป่า และยังเอาไปใช้ทำเมนูอื่นๆ ได้อีกด้วย

3.พะแนงหมู ชาววัง แกงไทยดังไกลระดับโลก

เมนูอย่างพะแนงหมูเป็นเมนูแกงกะทิแบบไทยๆ ที่หลายคนนิยมชมชอบกันอย่างมาก บางส่วนก็บอกว่าอาหารแบบต้นตำรับไทยแท้ๆ ต้องมีกะทิเป็นส่วนประกอบอันนี้ก็ตามแต่ความพอใจของผู้ทานเป็นหลัก แต่ถ้าหากเราสังเกตตามร้านข้าวแกงให้ดีจะเห็นว่าเมนูอย่างพะแนงหมู เป็นเมนูขึ้นสำรับที่ร้านอาหารประเภทข้าวแกงจะต้องทำมาให้ลูกค้าได้ทานกันบ่อยๆ แต่ถ้าหากวันนี้ใครเบื่อซื้อร้านเพื่อนำมาทานแล้วลองเปลี่ยนมาเป็นการทำทานด้วยตัวเองก็เท่ไปอีกแบบ บางคนอาจบอกว่าแกงกะทิมันยุ่งยากทว่าในความเป็นจริงแล้วพะแนงหมูทำง่ายมากๆ

สูตรการทำพะแนงหมู

วัตถุดิบสำหรับทำพะแนงหมู

หมูสันในหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 2-3 ขีด, พริกแกงพะแนง, มะพร้าวขูด, มะเขือพวง, ใบมะกรูด, ใบโหระพา, พริกชี้ฟ้าสีแดง เขียว, น้ำปลา, น้ำตาลมะพร้าว

ขั้นตอนการทำพะแนงหมู

  1. จริงแล้วถ้าเป็นสมัยก่อนพริกแกงพะแนงส่วนใหญ่ต้องตำเองโดยประกอบไปด้วย พริกแห้ง, ตะไคร้, ข่า, ผิวมะกรูด, กระเทียม, หอมแดง และลูกผักชีคั่วโขลกจนเข้ากันพักทิ้งไว้
  2. นำมะพร้าวมามาวางบนกระชอนราดน้ำต้มสุกลงไปคั้นประมาณ 2-3 รอบ เพื่อให้ได้กะทิตามความเหมาะสม โดยคั้นรอบแรกเราถือเป็นหัวกะทิแยกเอาไว้ ส่วนรอบที่เหลือให้เป็นหางกะทิ
  3. เด็ดมะเขือพวงออกจากก้าน ซอยใบมะกรูดเป็นเส้นฝอย หั่นพริกชี้ฟ้าแดงกับเขียวออกเป็นเส้นๆ
  4. ตั้งกระทะใส่หัวกะทิลงไปเคี่ยวจนหัวกะทิแตกมันจากนั้นใส่พริกแกงพะแนงผัดด้วยไฟอ่อนจนหอมได้ที่
  5. นำเนื้อหมูที่หั่นไว้ก่อนหน้าใส่ลงไปผัดจนสุก ถ้าหากว่ากะทิเริ่มแห้งก็ให้เติมหางกะทิที่เหลือลงไปด้วยเพื่อระวังกระทะไหม้
  6. ปรุงรสชาติให้กลมกล่อมด้วยน้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว เมื่อรสชาติได้ที่ให้ใส่มะเขือพวงลงไปเคี่ยวจนเดือดได้ที่
  7. ใส่พริกชี้ฟ้ากับใบมะกรูดซอย ตักขึ้นใส่จานเป็นอันเสร็จสิ้นพะแนงหมูแสนอร่อยเรียบร้อย

รสชาติที่เหมาะสมของพะแนงหมู

รสนำรสแรกเมื่อได้สัมผัสกับพะแนงหมูต้องมีความหวานจากน้ำตาลมะพร้าว ผสานกับความมันของกะทิจะถือว่าเป็นพะแนงหมูอย่างสมบูรณ์แบบ โดยตัดเค็มนิดหน่อยด้วยน้ำปลาแต่ห้ามเค็มนำเป็นอันขาดไม่อย่างนั้นเสียรสชาติของพะแนงหมูทันที ซึ่งหากว่าใครไม่ทานมะเขือพวงบางคนก็มีการเปลี่ยนเป็นถั่วลันเตาได้ เมนูนี้ทานกับข้าวสวยร้อนๆ ได้หมูนิ่มๆ หน่อยอร่อยจนต้องบอกต่อกับรสชาติเข้าขั้นทีเด็ด เป็นเมนูที่เชื่อว่าคนไทยทุกคนต้องเคยผ่านปากกันอย่างแน่นอน

4.สูตรต้มยำกุ้ง เมนูดังที่คนทั่วโลกที่ต้องกินให้ได้

สูตรต้มยำกุ้ง เมนูดังที่คนทั่วโลกที่ต้องกินให้ได้

อาหารไทยที่โด่งดังติดอันดับต้นๆ ซึ่งชาวต่างชาติรู้จักกันอย่างดีคงหนีไม่พ้นต้มยำกุ้ง สุดยอดเมนูเมื่อใดก็ตามได้ทานกับข้าวสวยร้อนๆ ทั้งเครื่องต้มยำรสจัดจ้านบวกกับกุ้งตัวโตๆ ช่วยชูรสชาติให้อร่อยมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าทีเดียว แต่แม้จะเป็นเมนูที่คนไทยทุกคนรู้จักแต่ไม่ได้หมายความว่าการทำให้อร่อยจะทำกันเป็นหมด การทำอาหารอย่างต้มยำกุ้งให้โดนใจจึงจำเป็นต้องมีสูตรอาหารรสเลิศเสียหน่อยรับรองเด็ดดวง

สูตรการทำต้มยำกุ้ง

วัตถุดิบในการทำ

กุ้งแม่น้ำตัวขนาดกลางผ่าเส้นกลางหลังออกเอาหัวกับหางไว้เพื่อความสวยงาม 3-4 ตัว, เห็ดฟาง, พริกขี้หนูตำ, ตะไคร้, ใบมะกรูด, ข่า, มะนาว, น้ำปลา, น้ำพริกเผา, นมข้นจืด

ขั้นตอนการทำ

  1. ใส่น้ำในหม้อต้มเอาให้ปริมาณเหมาะสม ใส่เครื่องต้มยำอย่าง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกขี้หนูตำลงไป
  2. รอให้น้ำเดือดใส่เห็ดฟางลงไปรอให้เห็ดพอสุกเล็กๆ ตามด้วยกุ้งแม่น้ำเทลงไปรอจนกุ้งสุก
  3. พอเห็ดสุกและกุ้งสุกเป็นสีส้มได้สวยงามให้ใส่น้ำพริกเผาตามลงไปตีให้น้ำพริกเผาละลายเข้ากับน้ำ
  4. พอน้ำพริกเผาเข้ากับน้ำต้มยำได้อย่างดีใส่นมข้นจืดลงไป เพื่อให้ต้มยำมีรสชาติมันโดยใส่ไม่ต้องเยอะมากเอาให้สีพอแตกเป็นสีขาวสวยงาม
  5. ปรุงรสด้วยน้ำปลา มะนาว ตามชอบ
  6. ตักขึ้นใส่จานโรยด้วยผักชีเป็นอันเสร็จสิ้นกับเมนูง่ายๆ อย่างต้มยำกุ้ง

รสชาติแสนอร่อยของต้มยำกุ้ง

หากว่ากันตามพื้นฐานของอาหารไทยขึ้นชื่อชนิดนี้จะต้องเป็นรถเผ็ดนำ เปรี้ยวและเค็มตามลำดับ อาจมีติดหวานเล็กๆ จากน้ำพริกเผาแต่เราจะไม่มีการใส่น้ำตาลลงไปให้มีรสหวานเด็ดขาดไม่อย่างนั้นจะเสียความเป็นต้มยำทันที สำหรับใครชอบรสเผ็ดก็ให้ใส่ความเผ็ดเพิ่มเติมลงไปได้ อีกส่วนใครที่มองว่าความเผ็ดกำลังดีอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องใส่เพิ่ม ด้านความเปรี้ยวกับความเค็มแนะนำว่าให้เน้นหนักไปทางความเปรี้ยวก่อน เพื่อให้รสชาติของต้มยำกุ้งมีความกลมกล่อมมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นรสชาติที่ออกมาจะต้องไปไปอย่างที่กล่าวเอาไว้นั่นเอง ซึ่งเมื่อนำมาทานกับข้าวสวยร้อนๆ จัดเป็นเมนูอร่อยบอกต่อทำนองว่าใครมาเมืองไทย ไม่ได้ทานต้มยำกุ้งเหมือนมาไม่ถึงยิ่งถ้าได้กุ้งที่มันเยอะๆ ยิ่งช่วยเพิ่มรสชาติความมันได้อีกหลายเท่าทีเดียวทุกคนสามารถนำเอาสูตรการทำต้มยำกุ้งด้วยวิธีการนี้ไปทดลองทำด้วยตนเองได้ รับรองว่าอร่อยโดนใจจนคนในบ้านต้องรีบกลับมาทานแน่นอน

ลาบหมู เมนูสุดแซ่บ กับสูตรการทำที่แสนง่าย

ลาบหมูจัดเป็นอาหารไทยอีสานที่ได้รับความนิยมอย่างมากไม่ใช่แค่เฉพาะคนไทยเท่านั้นแต่ชาวต่างชาติจำนวนมากเมื่อได้ลองทานกับสุดยอดเมนูนี้แล้วต่างก็ต้องหลงรักไปตามๆ กัน ด้วยรสชาติที่จัดจ้านอันแสดงออกถึงความเป็นไทยบวกกับวัตถุดิบต่างๆ ที่ใส่ลงไปคลุกเคล้าด้วยกันทำให้เมนูนี้กลายเป็นเมนูอันแสนโปรดปรานของใครหลายคนมาโดยตลอด และหากใครที่รู้สึกว่าอยากลองทำทานเองดูบ้างส่วนผสม และวิธีการทำต่างๆ ก็ไม่ได้มีอะไรที่ยุ่งยากเลยรับรองว่าทำอร่อยกันได้ทุกคนแน่นอน

ส่วนผสมลาบหมู

หมูสับ 4 ขีด, ตับหมูกับไส้อ่อนหมูอย่างละ 1 ขีด, หนังหมูซอยเป็นเส้น 1 ขีด, ใบสะระแหน่, ต้นหอมซอย, ผักชีฝรั่งหั่นเป็นท่อนสั้นๆ, ผักชีหั่น, หอมแดงซอย, ข้าวคั่ว, พริกป่น, น้ำมะนาว, น้ำปลา, น้ำตาลทราย

วิธีการทำลาบหมู

  1. นำหมูสับ ตับหมู ไส้อ่อน และหนังหมูซอยเป็นเส้นลงไปคั่วในหม้อให้พอสุกอาจเติมน้ำซุปลงไปหน่อยเพื่อให้วัตถุดิบเหล่านี้ไม่ติดกับก้นหม้อแล้วจะทำให้ไหม้
  2. เมื่อคลุกจนเนื้อสัตว์ต่างๆ เริ่มสุกได้ที่ก็ปิดไฟถ้าน้ำซุปเยอะก็เทออกเพื่อให้เหลือเป็นน้ำแบบขลุกขลิกจากนั้นใส่เครื่องปรุงตามรสชาติที่ชอบทั้งน้ำปลา, น้ำมะนาว, น้ำตาล, พริกป่น, ข้าวคั่ว แล้วคนให้ทุกอย่างเข้ากันชิมรสชาติเบื้องต้น
  3. เมื่อคลุกเคล้าจนได้ที่แล้วก็ให้ใส่หอมแดงซอย, ต้มหอมซอย, ผักชีฝรั่งหั่นเป็นท่อน, ผักชีหั่นลงไปแล้วคลุกเคล้าจนเป็นเนื้อเดียวกัน
  4. ตักใส่จานแล้วโรยหน้าด้วยผักชีเด็ดสักเล็กน้อยก็เป็นอันว่าเมนูลาบหมูอร่อยพร้อมเสิร์ฟให้ทานกันแล้ว

ความสุดยอดของเมนูลาบหมูอย่างหนึ่งก็คือสามารถทนได้กับทั้งข้าวสวยร้อนๆ หรือข้าวเหนียวก็เข้ากันสุดๆ เรียกว่าเป็นเมนูที่สามารถนำมาผสมผสานกับข้าวที่เป็นอาหารหลักของไทยได้อย่างหลากหลาย ส่วนใครที่ไม่ชอบเครื่องในก็อาจไม่ต้องใส่ก็ได้ตรงนี้ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน บางคนอาจทานแกล้มกับถั่วฝักยาวหั่นเป็นท่อนและกะหล่ำปลีหรือใบโหระพาก็ตามแต่ความนิยมสามารถทานคู่ด้วยได้ทั้งนั้น ส่วนเคล็ดลับอีกอย่างก็คือถ้าไม่อยากให้ลาบหมูแห้งเกินไปก็อย่าใส่ข้าวคั่วจนเยอะเกินเพราะข้าวคั่วจะไปดูดน้ำซุปที่ใส่เอาไว้จนลาบหมูนั้นแห้งซึ่งบางคนอาจไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่นัก ลาบหมูจัดว่าเป็นเมนูที่ทำง่าย ทานง่าย ทุกคนสามารถทำทานเองที่บ้านก็ได้ไม่ยุ่งยากรับรองว่าอร่อยโดนใจแน่นอน